(13) A Brief History of The Blues
posted on 04 Nov 2009 12:58 by guitarbluesไม่มีการจดบันทึกแน่นอนเกี่ยวกับความเป็นมาของดนตรีบลูส์ อาศัยการเล่าปากต่อปากจากรุ่นสู่รุ่น ว่ากันว่าบลูส์เรื่มมีให้เห็นตั้งแต่ช่วงปลายสงครามกลางเมีอง (civil war) ของอเมริกาหรือช่วงปลายยุค18th มีจุดกำเนิดแถวตอนเหนือของสามเหลี่ยมปากแม่น้ำมิสซิซิปปี้(Mississippi Delta) อันเป็นแหล่งเพาะปลูกพีชพรรณ (ฝ้ายผลไม้ต่างๆ) ขนาดใหญ่ (plantations) บลูส์มีรากมาจากดนตรีของทาสผืวดำชาวอัฟริกันที่ถูกจับมาทำงานในไร่ผสมผสานกับดนตรีที่ร้องกันในโบสถ์, เพลงพื้นบ้าน, รวมไปถึงจังหวะเต้นรำที่เรียกว่า jump – up คือดนตรีที่นักร้องจะร้องเพลงท่อนนึงแล้วมีดนตรีซึ่งก็คือกีต้าร์มารับอีกท่อนนึงสลับไปมาในลักษณะ “ถาม - ตอบ” (call andresponse)
จาก MississippiDelta (บริเวณชานชาลาสถานีรถไฟ Clarksdale และ Crossroadsของ Highwayที่ 61 ตัดกับ 49 ที่ซึ่งว่ากันว่าRobert Johnson มาขายวิญณานให้ซาตานเพื่อให้สอนการเล่นบลูส์)ดนตรีบลูส์ถูกเผยแพร่ไปทางเนือแม่น้ำแถว Memphis และเริ่มเป็นที่สนใจในวงกว้าง มีการอัดแผ่นเสียงเพลงบลูส์แบบบรรเลงออกขายในปี1913 แต่มีโน้ตเพลงบลูส์พิมพ์ขายก่อนหน้านี้แล้วสักปีสองปี จนถึงปี 1920 บลูส์ก็กลายเป็นที่สนใจในหมู่คนดำทั่วทั้งประเทศเริ่มมีการอัดแผ่นเสียงเพลงบลูส์แบบร้องขาย ดนตรีบลูส์เริ่มมีอิทธิพลต่อนักร้องเพลง jazz
Bluesmenในยุคบุกเบิกนี้มี Son House, Blind Lemon Jefferson,Leadbelly, Charlie Patton และแน่นอน Robert Johnson เครื่องดนตรีที่ใช้มีเพียงกีต้าร์โปร่ง บางทีอาจมี harmonica ร่วมด้วย ปรกติจะรวมกลุ่มเล่นกันใน camp, ในไร่ตามร้านเหล้าหรือในเพิงที่พัก ส่วนบลูส์ที่เล่นเป็นวง (Bands) เริ่มมีให้เห็นช่วงปี1930 สัณนิฐานกันว่าน่าจะได้อิทธิพลมาจาก jazz bands ยุคแรกๆ
จาก Memphis เหล่า Bluesman เริ่มอพยพไปหางานทำในต่างเมืองเนื่องจากสถานบันเทิงถูกปิดตัวลง บางพวกมา Detroit บางพวกไป Chicago ที่ซึ่งต่อมาดนตรีบลูส์จะถูกพัฒนาการเล่นโดยใช้เครื่องดนตรีไฟฟ้าแทน(Electrified Blues)
ใน Chicagoช่วงปลายปี 40’s ถึงต้นปี 50’s กำเนิด Bluesman ระดับตำนานอย่าง MuddyWaters, Willie Dixon, John Lee Hooker, Howlin Wolf, Elmore James และคนอื่นๆที่ช่วยกันทำให้เพลงบลูส์เป็นที่นิยมฮิตติดอันดับประเทศ โดยพัฒนาบลูส์แบบ MississippiDelta มาเล่นกับกีต้าร์ไฟฟ้า แล้วเพิ่ม Bass, Drum, Piano และ Harmonica เข้ามาเสริม
ขณะเดียวกันทางเมือง Memphis โดย B.B.King และเมือง Houston โดย T– Bone Walker ก็ได้พัฒนาการเล่นกีต้าร์ของตัวเองโดยใช้jazz technic ผสมกับสำเนียงบลูส์การเล่นของทั้งคู่จะมีอิทธิพลต่อนักดนตรีในรุ่นต่อมาอย่างมาก
ปลายยุค 50’sต่อต้น 60’s นักดนตรีผีวขาวฝั่งอเมริกาและยุโรปให้ความสนใจกับดนตรีบลูส์ของคนดำ เกิดวงร็อคที่เล่นบลูส์อย่าง PaulButterfield Blues Band, Rollin Stones, Yardbirds, John Mayall’s Bluesbreakers,Cream, Canned Heat และ Fleetwood Mac เป็นต้นทำให้บลูส์แพร่สะพัดไปในหมู่วัยรุ่นผิวขาว ซึ่งนักดนตรีบลูส์ผิวดำไม่เคยทำได้มาก่อน
หลังยุค 60’sไปแล้วมีอกีต้าร์วงบลูส์ร็อคพวกนี้ เช่น Eric Clapton, Jimmypage, Mick Taylor, Peter Green, Jimi Hendrix ก็ได้พัฒนาแนวทางของตัวเองออกไปห่างไกลจากบลูส์ดั้งเดิมกลายเป็นดนตรีแนวใหม่ แต่ก็ยังเหลือพวกต้นตำหรับอย่าง John Lee Hooker, Albert Collins,B.B. King, Albert King, etc ที่ยังคงความเป็นบลูส์ไว้ และ Bluesmanรุ่นใหม่ อย่าง Buddy Guy, Otis Rush, Roy Buchanon, EricClapton เรื่อยมาจนถึง Robert Cray, Stevie Ray Vaughan และ Keb Mo ที่สานต่อมนต์เสน่ห์ของเพลงบลูส์จนถึงปัจจุบัน
มีชื่อเรียกบลูส์ style ต่างๆค่อนข้างเยอะ ที่คุ้นๆก็มี
1) Traditional Country Blues คือบลูส์รูปแบดั้งเดิมของMississippi Delta
2) Boogie –Woogie บลูส์ที่เล่นโดยเน้นเปียโนผสมกับดนตรี ragtime
3) Chicago Blues คือ DeltaBlues ที่เล่นด้วยเครื่องดนตรืไฟฟ้า
4) Cool Blues ได้รับอิทธิพลมาจากดนตรีแจ้ส เน้นเปียโนเป็นหลัก
5) West Coast Blues นักดนตรีบลูส์จาก Texas ที่อพยพมา California เล่นโดยเน้นswing beat
6) Kansas City Blues ออกแนว jazz นึกถึงดนตรีของ CountBasie
7) อื่นๆอีกมากมาย เช่น Texas Blues (Stevie RayVaughan) เน้นจังหวะหนักแน่น Memphis Blues (B.B. King ยุคแรก), BritishBlues (Rollin Stones ยุคแรก, Fleetwood Mac, Yardbirds, LedZeppelin ยุคแรก,) etc…
Hope you all enjoy the story,
Chuck
blues6149@gmail.com